resize เสวนาจากขั้วโลกใต้ถึงไทย - มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี Ribbon

คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยพบซากฟอสซิลพืชอายุหลายสิบล้านปีจากขั้วโลกใต้
ชี้โลกร้อนทำพยาธิขั้วโลกเพิ่มจำนวนและชนิดขึ้น ส่งผลให้สัตว์ประจำถิ่นมีอัตรารอดลดลง22 มีนาคม 2560 – จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “จากขั้วโลกใต้ถึงไทย: เปิดข้อมูลการค้นพบใหม่โดยบุคคลกรคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”  โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. ฐาสิณีย์ เจริญฐิติรัตน์ และ รองศาสตราจารย์ ดร. พิษณุพงศ์  กาญจนพยนต์ อาจารย์จากภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ที่เพิ่งเดินทางกลับจากการเข้าร่วมสำรวจขั้วโลกใต้กับคณะสำรวจจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการวิจัยขั้วโลกใต้ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พบซากฟอสซิลของพืชอายุหลายสิบล้านปี สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานส่งเสริมข้อมูลที่ว่า พื้นที่ทวีปแอนตาร์กติกเคยเป็นผืนแผ่นดินที่อบอุ่นมาก่อน  ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร. วรณพ วิยกาญจน์ และ รองศาสตราจารย์ ดร. สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็น 2 นักวิจัยที่มีประสบการณ์ในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเลขั้วโลกใต้ และยังคงติดตามสถานการณ์วิกฤติในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ร่วมเปิดเผยข้อมูลที่ค้นพบพยาธิในปลาทะเลที่มีจำนวนเพิ่มและมีความหลากหลายของชนิดสูงขึ้น ส่งผลต่อปลาและสัตว์ประจำถิ่นที่กินปลาเป็นอาหาร 

รองศาสตราจารย์ ดร. พิษณุพงศ์ กาญจนพยนต์ หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ หนึ่งในตัวแทนผู้ร่วมคณะสำรวจในปีนี้กล่าวว่า การเคลื่อนที่ของเปลือกโลกบริเวณขั้วโลกใต้มีความสลับซับซ้อน เนื่องจากเป็นบริเวณที่แผ่นเปลือกโลก ทั้งแผ่นหลักและแผ่นย่อย มีการเคลื่อนที่เข้าหาและแยกออกจากกัน  ชุดหินภูเขาไฟที่พบในพื้นที่สันนิษฐานว่าเป็นแนวภูเขาไฟที่เกิดจากการชนกันหรือเคลื่อนที่เข้าหากันของ 2 แผ่นเปลือกโลก  ซึ่งโซนที่มีภูเขาไฟส่วนใหญ่บนโลกใบนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับขอบเขตของแผ่นเปลือกโลกที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือบางบริเวณอาจเสี่ยงต่อการเกิดสึนามิด้วย

รองศาสตราจารย์ ดร. ฐาสิณีย์  เจริญฐิติรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คระวิทยาศาสตร์ ซึ่งร่วมเดินทางในครั้งนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากลักษณะทางธรณีวิทยาบริเวณสถานีวิจัยเกรทวอลล์ (Great Wall Station) ที่เป็นตะกอนภูเขาไฟ จึงเน้นสำรวจฟอสซิลเป็นหลัก และพบพบฟอสซิลของใบไม้ที่คาดการณ์อายุประมาณ 47 ถึง 23 ล้านปีที่ผ่านมา  ฟอสซิลของพืชที่พบนี้บ่งบอกถึงการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่มีในอดีต แสดงให้เห็นถึงสภาพอากาศของพื้นที่ในเวลานั้นที่มีความเหมาะสมกับพืช กล่าวคือ พื้นที่นี้ในอดีตมีความอบอุ่นกว่าปัจจุบันเป็นอย่างมาก แต่การที่ภายหลังต้นไม้สูญพันธุ์จนหมดสิ้น เป็นเพราะอากาศที่นั่นหนาวเย็นลงมากขึ้นเรื่อยๆ  เนื่องจากการเคลื่อนที่ของทวีปแอนตาร์กติกที่ค่อยๆ เคลื่อนลงใต้มากขึ้นจนถึงตำแหน่งปัจจุบัน  อุณหภูมิโดยเฉลี่ยจึงต่ำกว่าในอดีตเมื่อหลายสิบล้านปีที่ผ่านมา

รองศาสตราจารย์ ดร. สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ และรองกรรมการผู้อำนวยการ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  นักวิทยาศาสตร์หญิงไทยคนแรกผู้เดินทางไปศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเลที่ขั้วโลกใต้กล่าวว่า ตั้งแต่ ดร. วรณพ วิยกาญจน์ ได้เก็บตัวอย่างปลาหินแอนตาร์กติกในปี 2547 จากบริเวณชายฝั่งสถานีวิจัยโชว์วะ (Syowa Station) ของญี่ปุ่น ณ ทวีปแอนตาร์กติกมาศึกษาโดยใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ในปลาดังกล่าว  แต่เมื่อตนมีโอกาสเก็บตัวอย่างเองในที่เดียวกันเมื่อปี 2552 กลับพบการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการกินอาหารของปลา พร้อมปรากฎพยาธิที่เกาะติดทั้งภายนอกและมีอยู่ภายในกระเพาะอาหารด้วย  และเมื่อมีโอกาสเก็บตัวอย่างปลาจากสถานีวิจัยเกรทวอลล์ของจีนในปี 2557 ก็พบความแตกต่างของจำนวนและชนิดของพยาธิที่มีมากกว่าตัวอย่างจากสถานีวิจัยของญี่ปุ่น และที่สำคัญ ตัวอย่างเดียวกันในปี 2559 โดย ดร. ปฐพร เกื้อนุ้ย พบจำนวนและชนิดของพยาธิมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างรอตัวอย่างปลา ที่ ดร. พิษณุพงศ์ กาญจนพยนต์ และ ดร. ฐาสิณีย์ เจริญธิติรัตน์ ให้ความอนุเคราะห์เก็บให้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา  อย่างไรก็ดี แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของพยาธิในปลาทะเลบริเวณชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติก โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งสถานีวิจัยเกรทวอลล์ ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทวีปและอยู่บริเวณเส้นแลตติจูดที่สูงกว่าบริเวณอื่นของทวีป ได้บ่งบอกผลของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น และสูงเพียงพอที่ทำให้เกิดการคุกคามของพยาธิในปลามากขึ้นตามลำดับ  จากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่า มากกว่าร้อยละ 80 ของปลาจากสถานีวิจัยเกรทวอลล์มีพยาธิ ซึ่งโดยเฉลี่ยมีปริมาณเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15 ต่อปี  ผลที่ตามมาคือ พบการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการว่ายน้ำและการกินอาหารของปลา ซึ่งเป็นไปได้สูงที่อาจทำให้ปลาตายในที่สุด และอาจสามารถส่งต่อไปยังสัตว์ท้องถิ่นที่กินปลาเป็นอาหาร เช่น นกเพนกวิน แมวน้ำ หรืออื่นๆ ได้เช่นกัน

รองศาสตราจารย์ ดร. วรณพ วิยกาญจน์  กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่จริงแล้วทวีปแอนตาร์กติกไม่ได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับโลกร้อนที่ส่งผลให้อุณหภูมิที่สูงขึ้น น้ำแข็งที่ละลายมากขึ้น หรืออื่นๆ ดังที่กล่าวไว้เท่านั้น  แต่บางพื้นที่ยังได้รับอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลตรงกันข้ามเช่นกัน  หากแบ่งทวีปแอนตาร์กติกออกเป็นสองฝั่งตามแนวเส้นลองจิจูด คือฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก  ทวีปแอนตาร์กติกฝั่งตะวันตก เช่น สถานีวิจัยเกรทวอลล์ของจีนที่อยู่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ พบแนวโน้มที่ค่อนข้างชัดของอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทะเลน้ำแข็งมีการละลายในฤดูร้อนมากขึ้น แต่มีการก่อตัวในฤดูหนาวลดลง  ในทางตรงกันข้าม ทวีปแอนตาร์กติกฝั่งตะวันออก ซึ่งมีสถานีวิจัยโชว์วะของญี่ปุ่นอยู่ทางตอนใต้ของทวีปอัฟริกานั้น ไม่พบการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกับฝั่งตะวันตกของทวีปที่ชัดเจน อุณหภูมิมีทั้งสูงขึ้นหรือลดลง น้ำแข็งมีทั้งละลายมากหรือน้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของปีนั้นๆ  โดยในภาพรวมค่อนข้างคงที่ที่มีแนวโน้มตรงกันข้ามกับฝั่งตะวันตก  อย่างไรก็ดี สิ่งเหล่านี้ก็ส่งผลลบต่อสัตว์ เช่น นกเพนกวินและแมวน้ำที่อพยพมาบริเวณชายฝั่งเพื่อสืบเผ่าพันธุ์เช่นกัน  การที่น้ำแข็งละลายน้อยหรือไม่ละลายในฤดูร้อนส่งผลต่อระยะทางในการเดินทางไปหาอาหารของแม่หรือพ่อนกเพนกวินที่เพิ่มขึ่น ทำให้กลับมาไม่ทันที่จะส่งอาหารต่อลูก พร้อมกับผลัดเปลี่ยนหน้าที่ให้อีกตัวหนึ่งไปหาอาหาร สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อจำนวนประชากรทั้งพ่อแม่และลูกนกที่ลดลงอย่างชัดเจนเช่นกัน 

สุดท้ายนี้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น ซึ่งเราส่วนใหญ่คิดว่าเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้น แต่แท้จริงแล้ว เป็นผลพวงที่ตามมาจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ปรากฎให้เห็นเชิงธรรมชาติ  ทวีปแอนตาร์กติกเป็นทวีปที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอย่างถาวร จึงเป็นแผ่นดินที่บริสุทธิ์ที่สุดที่ปราศจากกิจกรรมของมนุษย์บนโลกใบนี้ แต่ขณะนี้กำลังได้รับผลทางอ้อมจากกิจกรรมของมนุษย์ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก  “การเปลี่ยนแปลงของทวีปแอนตาร์กติกเปรียบเสมือนการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพของโลกที่พึงป้องกันไว้ก่อนที่จะลุกลามไปถึงส่วนอื่นบนพื้นโลกที่มีมนุษย์อาศัย”  การที่ประเทศไทยเข้ามามีส่วนร่วมโดยการเป็นสมาชิกขององค์กรระหว่างประเทศที่ร่วมทำการศึกษาวิจัย ณ ทวีปแอนตาร์กติก ก็เป็นการบ่งบอกถึงสถานะของเราที่ให้ความสำคัญกับปัญหาระดับโลกด้วยเช่นกัน  ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทวีปแอนตาร์กติกที่ไม่ได้อยู่ไกลตัวดังเช่นระยะทางที่ปรากฎ

-----------------------------------------------------------------------------
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
คุณประภาพร ฐาปนะพงศ์ (หลี)    E-mail: unisearchnews@gmail.com
คุณฐิติยา คำบุ (บุ) โทรศัพท์    E-mail: Thitiya.ku@chula.ac.th

  • IMG_0305
  • IMG_0308
  • IMG_0309
  • IMG_0314
  • IMG_0315
  • Picture1
  • Picture2
  • Picture3
  • Picture4

เกี่ยวกับมูลนิธิฯ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและสายพระเนตรอันยาวไกลของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในการที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของประชาชนโดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม นำมาซึ่งการจัดตั้งเป็น"โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" นับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2538

ดูทั้งหมด

จดหมายเหตุดิจิทัลมูลนิธิ