:: รายละเอียดโครงการ ::
 
 
 
:: กิจกรรมในโครงการ ::
 
 
 
:: ข่าวที่น่าสนใจ ::
 

- ปี ๒๕๔๗-ปัจจุบัน
- ปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖

-
ปี ๒๕๔๓-๒๕๔๔

- ปี ๒๕๔๑-๒๕๔๒

 
 
:: บทความที่น่าสนใจ ::
 
 

- พระราชดำรัส
-  ปาฐกพิเศษ

-
บทความที่น่าสนใจ

 
 
 
:: เว็บไซต์ที่น่าสนใจ ::
 

- แนะนำเว็บไซต์ใหม่
- เว็บไซต์แบ่งตามหมวดหมู่


 
 
Go to Kanchanapisek Network
โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.)
โครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาด้านการศึกษา

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
ศูนย์แลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
บริการค้นหาข้อมูลผ่านเว็บ
เรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต
บริการแปลภาษาอังกฤษเป็นไทยผ่านเว็บไซต์
ศูนย์รวมสถิติเว็บไทย
 
 
   
 
   
 

ต้องมีแหล่งกลางในการให้ข้อมูลข่าวสาร และความช่วยเหลือด้านไอที

เวลานี้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ NECTEC ก็ทำหน้าที่นี้ แต่ยังไม่สามารถให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารได้มากนัก ต่อไป NECTEC ก็จะทำงานด้านนี้ได้อย่างแท้จริง คนที่มีปัญหาก็มาขอบริการได้ ก็อาจช่วยหน่วยงานต่างๆ ได้มาก นอกจากนั้นศูนย์อาจมี freeware คือ โปรแกรมให้เปล่า สำหรับแจกจ่าย รวมทั้งพัฒนาซอฟต์แวร์กลาง สำหรับแจกจ่ายให้หน่วยงานต่างๆ ใช้ร่วมกันได้ด้วย

ขอฝากข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีไว้เล็กน้อย เทคโนโลยีต่างๆ ทุกประเภท มิใช่แค่เทคโนโลยีสารสนเทศเท่านั้น ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ในสังคมโบราณมีประชากรไม่มาก มนุษย์เพียงแต่ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ทางภูมิศาสตร์ และทางด้านสังคมที่กำหนดขึ้น ก็สามารถอยู่ได้อย่างสบาย แต่ในสังคมปัจจุบันมีคนมาก ทรัพยากรน้อย มนุษย์จะปรับตัวเพียงอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องอาศัยเทคโนโลยีปรับสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับตนได้ส่วนหนึ่งด้วย เทคโนโลยีจึงทำให้สามารถใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นประโยชน์ต่องานพัฒนาต่างๆ นอกจากนั้นยังทำให้ผู้คนมีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายขึ้น เช่น อากาศร้อน หรือหนาวมากทนไม่ได้ ก็มาอยู่ในห้องปรับอากาศให้มีอุณหภูมิตามความต้องการ ไม่ใช่ว่าปรับตนเองให้ทนร้อนหนาวได้ เมื่อสามารถปรับปรุงสิ่งที่มีรอบตัวให้เกิดประโยชน์มากขึ้น มีคนอยู่ในที่ต่างๆ ได้มากขึ้น มีอาหารเลี้ยงคนมากขึ้น มีสุขภาพอนามัยดีขึ้น ส่งผลให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น และมีความก้าวหน้าทางวัตถุในทุกๆ ด้านด้วย

แต่เราก็ควรมีหลักในการใช้เทคโนโลยีอย่างรอบคอบในทางสร้างสรรค์ ไม่ใช่ว่าเป็นทาสของสิ่งที่เราจัดทำขึ้น เราต้องไม่ทำลายธรรมชาติ ต้องให้ธรรมชาติอยู่ยั่งยืนนาน ไม่ใช่แค่ชั่วลูกชั่วหลานหรือแค่ตัวเรา คือทำแล้ว โกยเอา โกยเอา โกยเอา รวยแล้วเลิก อย่างนี้ก็จะอยู่ได้ไม่นาน มนุษย์เรานั้นควรมีความเป็นอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นอิสระในความคิด รู้จักพินิจเรื่องต่างๆ กันอย่างกลมกลืน ทั้งทางด้านวัตถุที่อิงอยู่ กับเรื่องเทคโนโลยีและทางด้านจิตใจ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable)

เรื่องสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเรื่องที่พอคิดๆ ไปก็เข้ากับเรื่องของไอทีหรือสารสนเทศนี่อย่างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชกระแสว่า การจัดทำเรื่องของสารานุกรมเยาวชนต้องการที่จะให้มีข้อมูลต่างๆ ทุกอย่างสำหรับคนทุกระดับ คือระดับเด็กที่เพิ่งหัดอ่าน คนที่มีความรู้ปานกลาง หรือว่าผู้ที่มีความรู้สูง แต่ว่าอาจจะไม่รู้ในสาขาที่เราจะต้องอ่านนั่น ก็ให้มีความรู้หลายๆ สาขา และแต่ละสาขาก็มีข้อสำคัญคือว่าอยากให้โยงกัน บางทีท่านก็นึกว่าอยากรวบรวมทุกๆ อย่างนี้อยู่ในสารานุกรม เพื่อที่จะว่าพอเป็นชุดเป็นเล่ม ที่ส่งออกไปช่วยเหลือเด็กในเขตทุรกันดารได้ ปัจจุบันน่าจะนับเป็น tele-education ได้อีกอย่างหนึ่ง แล้วก็พยายามให้เน้นเรื่องของการโยงวิชาการต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่ใช่ว่าเรียนอันนี้แล้วอันนี้จบอยู่ในตัว ให้โยงกับอย่างอื่นได้ด้วย

พระราชดำรัสบางตอน ที่พระราชทานแก่คณะกรรมการโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนเมื่อ พ.ศ. 2517 ท่านบอกว่า

".....ถ้าสรุปอีกครั้งหนึ่งว่า สารานุกรมนี้สร้างขึ้นเพื่ออะไร ก็จะเห็นว่าเป็นหนังสือเกี่ยวข้องกับวิชาทั้งหลาย ที่มนุษย์ได้ขวนขวายมาตั้งแต่เมื่อโบราณกาล และประมวลขึ้นมา เพื่อที่จะให้อนุชนรุ่นหลังสามารถที่จะรับความรู้ต่างๆ ที่สะสมเอาไว้ ตามปกติต้องเรียนในโรงเรียน หรือตามสำนักอาจารย์ต่างๆ และโดยที่ครูและอาจารย์ต่างๆ ขาดแคลน สำนักเรียนโรงเรียนค่อนข้างจะน้อย เมื่อเปรียบเทียบจำนวนของเยาวชนที่เกิดมา จำต้องให้มีแหล่งวิชาการที่ผู้ที่จะขวนขวายหาความรู้ ความสามารถที่จะหาความรู้ด้วยตนเอง หรือญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูงที่มีความรู้มากกว่าหน่อยสามารถที่จะสอนต่อๆ กันไป ไม่จำเป็นที่จะเข้าโรงเรียนก็ยังได้ความรู้ได้....."

กับอีกตอนหนึ่งว่า

".....จุดประสงค์ของสารานุกรมนี้ จะพยายามที่จะให้ผู้อ่านผู้ใช้เห็นว่า วิชาการทั้งหลายโยงกันทั้งนั้น มีความเกี่ยวโยงกันทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าคนไหนเรียนวิชาในด้านหนึ่งโดยเฉพาะ จะปฏิบัติงานของตนได้โดยเอกเทศ หรือถ้าไปไกลกว่า จะแสดงให้เห็นว่าคนเราทุกคนต้องมาอาศัยอีกคนหนึ่ง หรือวิชาหนึ่งต้องอาศัยวิชาอื่นมาประกอบด้วย จึงจะได้ผลสำเร็จ...."

อันนี้ก็เป็นพระราชดำรัสที่พระราชทานมาเมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว ก็เข้าใจว่ายังเข้ากับเรื่องของไอทีได้

 

 

   
   
     
 

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๔๒ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร