:: รายละเอียดโครงการ ::
 
 
 
:: กิจกรรมในโครงการ ::
 
 
 
:: ข่าวที่น่าสนใจ ::
 

- ปี ๒๕๔๗-ปัจจุบัน
- ปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖

-
ปี ๒๕๔๓-๒๕๔๔

- ปี ๒๕๔๑-๒๕๔๒

 
 
:: บทความที่น่าสนใจ ::
 
 

- พระราชดำรัส
-  ปาฐกพิเศษ

-
บทความที่น่าสนใจ

 
 
 
:: เว็บไซต์ที่น่าสนใจ ::
 

- แนะนำเว็บไซต์ใหม่
- เว็บไซต์แบ่งตามหมวดหมู่


 
 
Go to Kanchanapisek Network
โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.)
โครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาด้านการศึกษา

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
ศูนย์แลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
บริการค้นหาข้อมูลผ่านเว็บ
เรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต
บริการแปลภาษาอังกฤษเป็นไทยผ่านเว็บไซต์
ศูนย์รวมสถิติเว็บไทย
 
 
   
 
 
 

ศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อเด็กป่วยพระราชทานโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

วัตถุประสงค์ เพื่อใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการเรียนรู้ สร้างความเพลิดเพลิน รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาการแก่เด็กที่เจ็บป่วยเรื้อรัง ซึ่งขาดโอกาสในการศึกษาในช่วงเวลาที่ต้องอยู่โรงพยาบาล

ผลการดำเนินงานปี ๒๕๔๔   รายละเอียด

ผลการดำเนินงานภาคเรียนที่ ๑/๒๕๔๙ (๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙ – ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๙)   


๑. จำนวนเด็กป่วยที่เข้ามาเรียนที่ห้องเรียนโครงการฯ
เป็นชาย
 ๑๕๕ คน
เป็นหญิง
๑๐๐ คน
รวมทั้งสิ้น
๒๕๕ คน

   ๑.๑ จำนวนนักเรียนรายเดือน
เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๙ จำนวน   ๓๓ คน
เดือนมิถุนายน ๒๕๔๙ จำนวน   ๔๔ คน
เดือนกรกฏาคม ๒๕๔๙     จำนวน   ๔๘ คน
เดือนสิงหาคม ๒๕๔๙ จำนวน   ๕๐ คน
เดือนกันยายน ๒๕๔๙ จำนวน   ๕๒ คน
เดือนตุลาคม  ๒๕๔๙ จำนวน   ๒๙ คน
รวม
  ๒๕๕ คน

     ๑.๒ จำนวนนักเรียนจำแนกตามระดับชั้น และเพศ  

ที่

ระดับชั้น

พ.ค.

มิ.ย.

ก.ค.

ส.ค.

ก.ย.

ต.ค.

รวม

อนุบาล

๓๐

ป.๑

๑๘

ป.๒

๒๑

ป.๓

๒๙

ป.๔

๓๔

ป.๕

๒๔

ป.๖

๓๒

ม.๑

๒๘

ม.๒

๑๘

๑๐

ม.๓

๑๕

๑๑

ม.๔

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

๑๒

ม.๕

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

๑๓

ม.๖

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

๑๔

ป.ว.ช.

-

-

-

-

-

-

-

-

๑๕

ป.ว.ส.

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

๑๖

ไม่ได้เรียน

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

 

รวม

๒๑

๑๒

๒๒

๒๒

๓๐

๑๘

 ๓๓

๑๗

 ๒๙

๒๒

๒๐

 

๓๓

๔๔

๔๘

๕๐

๕๑

๒๙

 ๒๕๕


๒. จำนวนครูและบุคลากรประจำศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อเด็กป่วยฯ
       มีครูการศึกษาพิเศษปฏิบัติงานในโครงการสอนเด็กเจ็บป่วยเรื้อรัง และศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อเด็กป่วยฯ เป็นข้าราชการครู สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จำนวน ๒ คน ได้แก่ นางพรรณี ปราชญ์วีระกุล
และ นายกฤช กอบพึ่งตน

๓. การจัดการเรียนการสอน
      ช่วงเช้า ครูสอนเด็กป่วยที่สามารถเดินมาศูนย์คอมพิวเตอร์พระราชทานได้ ช่วงบ่ายสอนตามเตียงผู้ป่วย โดยสอนตามระดับความรู้และตามความต้องการของเด็กป่วย ดังนี้
    ระดับอนุบาล
  • สอนการใช้เม้าท์ให้ถูกต้อง แล้วเรียนจากโปรแกรมสำเร็จรูปที่มี
  • ฝึกความพร้อม พัฒนาการด้านต่างๆ
  • เรียนวิชากลุ่มทักษะคณิตศาสตร์ ภาษาไทย
  • นันทนาการเช่น การต่อภาพ ปั้มรูป และปั้นดินน้ำมัน เป็นต้น
    ระดับประถมศึกษา
  • สอนการใช้เม้าท์ให้ถูกต้อง ในกรณีที่เด็กไม่เคยเรียนมาก่อน
  • สอนด้วยโปรแกรมสำเร็จรูประดับประถมศึกษา เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เป็นต้น
  • รียนทางอินเทอร์เน๊ทจากเว๊บไซค์ทางการศึกษา ที่ครูค้นหาไว้
  • ทำข้อทดสอบที่สร้างไว้ และในแบบทดสอบท้ายบทของโปรแกรมเรียน
    ระดับมัธยมศึกษา
  • เรียนจากโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีอยู่ตามระดับชั้นของนักเรียน
  • เรียนทางอินเตอร์เน๊ทจากเว๊บไซค์ทางการศึกษาที่ครูค้นหาไว้หรือฝึกให้นักเรียนเข้าค้นหาเว๊บไซค์ของสถาบันการศึกษาต่างๆด้วยตนเอง

    ๔. การประเมินผล
  • ในห้องเรียนครูจะประเมินการเข้าเรียนโปรแกรมสำเร็จรูปที่จัดให้ และจากการเข้าเรียนทางอินเทอร์เน็ตซึ่งจะมีแบบทดสอบ และประเมินผลท้ายบท ถ้านักเรียนทำผิดให้หาคำตอบที่ถูกต้อง
  • สอนเป็นรายบุคลและเป็นกลุ่มตามระดับชั้น โดยเน้นวิชาหลักเช่น คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เป็นต้น สอนจบแล้วครูให้ทำแบบฝึกหัดลงสมุด และในหนังสือแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เสร็จแล้วครูตรวจแบบฝึกหัดและอธิบายซ้ำถ้านักเรียนทำผิด
  • การเรียนการสอนที่เตียงครูจะสอบถามความต้องการของนักเรียนว่ามีความประสงค์ที่จะเรียนวิชาอะไรโดยครูจะต้องสอนตามสภาพที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ของเด็ก ถ้าเด็กไม่สามารถนั่งได้ครูก็จัดหาหนังสือให้อ่าน ตามระดับชั้นของนักเรียน ถ้านักเรียนลุกนั่งเรียนได้ก็สอนข้างๆเตียงให้ทำแบบฝึกหัดลงสมุดแล้วครูตรวจ สมุดและอธิบายในข้อที่นักเรียนทำผิด

          จากประสบการณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับนักเรียนป่วย การเรียนด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป โดยให้เรียนตามระดับชั้นของเด็ก สามารถให้ความรู้แก่เด็กป่วยได้ดีมากตามสภาพอาการป่วย และการรักษา ซึ่งถ้าเด็กเจ็บป่วย เรื้อรังจริงๆ ทางแพทย์จะต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง การเรียนการสอนครูก็สามารถสอนได้ในช่วงเวลาที่เด็กพอ มีเวลาว่างหลังการรักษา สำหรับเด็กป่วยด้วยโรคทั่วไปเมื่ออาการทุเลาก็สามารถกลับบ้านได้ ดังนั้นการเรียนการ สอนในโครงการจะประสบผลทางด้านจิตวิทยาได้มากที่สุดเพราะเด็กป่วยมีความพึงพอใจในเทคโนโลยีที่นำมาใช้ ซึ่งสามารถทำให้เด็กป่วยชอบที่จะเข้ามาเรียนในห้องเรียนมาก ไม่เครียดกับการรักษาและไม่งอแงกับผู้ปกครอง นอกจากนี้ ครูจะติดต่อประสานงานกับโรงเรียนของเด็กป่วยโดยแจ้งการรับเด็กป่วยเข้าเรียนในโครงการฯ เพื่อให้ทางโรงเรียนคิดเวลาเรียน และมีสิทธิ์ในการสอบทุกครั้ง

   
   
     
 

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๔๒ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร