๑.๔ เวลาเรียน
ทุกวันจันทร์ -วันศุกร์ เวลา ๑๓.๐๐ น.ถึง ๑๕.๓๐ น. เว้นวันหยุดราชการ ทั้งนี้ ช่วงเวลา ๘.๐๐ น. -๑๑.๓๐ น. ครูจะให้เด็กเรียนวิชาการ
๒. จำนวนครูและบุคลากรประจำศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อเด็กป่วย
ในปีนี้ มีครูของโรงพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ ๒ คน ชื่อนางขนิษฐา ปิ่นมี และมีครูที่รับมาใหม่ ๑ คน จบครุศาสตร์เอกปฐมวัย จากมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๘
๓. การจัดการเรียนการสอน
๓.๑ แบ่งกลุ่มเด็กตามอายุดังนี้
เด็กเล็ก เรียนเป็นกลุ่มโดยมีครูสอนอย่างใกล้ชิด (กลุ่มหนึ่งมี ๓ คน นั่งเรียงตามจำนวนเครื่อง หรือถ้าจำนวนเด็กมีน้อยก็อาจให้เด็กนั่งเรียน ๑ คน/ ๑ เครื่อง ใช้เวลาเรียนประมาณ ๓๐-๖๐ นาที)
เด็กโต เรียนเป็นกลุ่ม แยกตามความเหมาะสมของสภาพร่างกาย ความพร้อม ใช้เวลาเรียนประมาณ ๓๐-๖๐ นาที
๓.๒ หลักสูตร/เนื้อหาที่สอน
รู้จักเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างง่ายๆเท่าที่มองเห็น
ฝึกการใช้เม้าส์ โดยครูเลือกโปรแกรมที่เป็นเกมสนุกสนาน น่าสนใจ
เรียนด้วยบทเรียนมัลติมีเดีย ซึ่งมีเนื้อหาสัมพันธ์กับบทเรียนแต่มีความแปลกใหม่สนุกสนาม เพลิดเพลิน ชวนให้ติดตาม มีการให้ทราบผลเมื่อเด็กตอบถูกหรือตอบผิด เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และแก้ปัญหาได้
ฝึกการใช้แป้นพิมพ์ พิมพ์ตัวเลขและตัวอักษร เช่น เติมคำตอบ หรือพิมพ์ชื่อผู้เรียนเอง
ฝึกการใช้โปรแกรมการสร้างภาพโดยเครื่องมือที่มีอยู่ ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ฝึกการคลิกเม้าส์เลือกคำสั่ง เมนูบทเรียน ติดตามบทเรียน ออกจากบทเรียน เลือกเรียนใหม่และออกจากโปรแกรมเมื่อเลิกเรียน
ฝึกระเบียบวินัย รู้จักรอตามลำดับ เชื่อฟังตามคำแนะนำของครู เช่น การเปิดเครื่องรอโปรแกรม เลือกโปรแกรม ไม่เปลี่ยนโปรแกรมก่อนได้รับอนุญาต เก็บอุปกรณ์การเรียนการสอนเข้าที่ฯลฯ
๔. ผลการใช้คอมพิวเตอร์
จากการสังเกตุและบันทึกผลของครู พบว่าเด็กเจ็บป่วยที่เข้าเรียนในศูนย์คอมพิวเตอร์ฯ มีการพัฒนาการด้านต่างๆ คือ
๔.๑ ด้านความรู้ความเข้าใจ (Knowledge)
รู้จักคอมพิวเตอร์ จากเด็กที่ไม่เคยเห็นหรือเด็กที่ไม่รู้จักเครื่องคอมพิวเตอร์มาก่อน ได้รู้จักและสามารถบอกส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์เท่าที่มองเห็นได้ เช่น จอภาพ แป้นพิมพ์และเม้าส์ มีความเข้าใจการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินได้
ได้รับความรู้จากบทเรียนมัลติมีเดียและการใช้โปรแกรมอื่นๆ เช่น เกมการศึกษาหรือเกมที่ฝึกพัฒนาด้านต่างๆ
๔.๒ ด้านทักษะ (Skill)
ผลการใช้คอมพิวเตอร์ จากเดิมที่เด็กจับเม้าส์ไม่เป็น ควบคุมทิศทางยังไม่ได้ คลิกไม่ตรงจุด หลังจากที่เข้าเรียนได้ประมาณ ๒-๓ ครั้ง เด็กสามารถบังคับกล้ามเนื้อมือและนิ้วได้ดีขึ้น สัมพันธ์กับสายตาโดยเคลื่อนลูกศรบนจอไปยังสิ่งที่ต้องการได้ คลิกบนจุดที่ต้องการหรือคลิกลากวัตถุบนจอไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้ดีขึ้น
ในด้านทักษะการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อหาความรู้ความบันเทิง เด็กสามารถเปิดเครื่องรอโปรแกรม เลือกโปรแกรมที่ต้องการเรียนหรือเล่นได้เอง หลังจากเรียนไปแล้ว ๑ สัปดาห์
๔.๓ ด้านทัศนคติ ( Attitude)
เด็กเจ็บป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ามาเรียนมีความสนใจคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับเด็กบางคน โดยครูสังเกตุและสอบถาม เด็กๆแสดงออกทางสีหน้า แววตาและคำพูด ว่าได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน พอใจในการเรียนและเล่นด้วยคอมพิวเตอร์ อีกทั้งผู้ปกครองและญาติของเด็กเจ็บป่วยก็แสดงให้เห็นถึงความสนใจ พอใจ สนับสนุนให้มาเรียน
นอกเหนือจากพัฒนาการทั้งสามด้านของผู้เรียนแล้ว ทางด้านครูผู้สอน ก็ได้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อการเรียนการสอนที่ใช้ได้ผลดีและขณะที่เด็กส่วนหนึ่งสนใจการเรียนหรือเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ ครูก็สามารถทำงานเอกสารหรือสอนซ่อมเสริมวิชาการคนอื่นได้มากขึ้น
๕. อื่นๆ
ทางโรงพยาบาลได้จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่มาแทนเครื่องเก่า จำนวน ๔ เครื่อง พร้อม
ติดตั้งอินเทอร์เน็ต และโปรแกรมต่างๆซึ่งทางศูนย์คอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลเป็นผู้ติดตั้งให้
และเชื่อมต่อเซิฟเวอร์ห้องสมุดของโรงพยาบาล
นักศึกษาอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตโปรแกรมการศึกษาพิเศษมาช่วยสอนระหว่างวันที่ ๑๗-๒๑, ๒๕-๒๘ และ ๓๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ เด็กๆจะชอบมากเพราะพี่ๆ คุยเก่ง จะถามหาแต่พี่นักศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา ได้ดำเนินการแจ้งให้สถานศึกษาในสังกัดที่มีความสะดวกในการให้บริการตรวจซ่อมบำรุงรักษาเครื่องคอมและอุปกรณ์เบื้องต้น (วิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา) มาดูแลตรวจสอบความพร้อมของคอมพิวเตอร์ของโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีให้อยู่ในสภาพใช้งานได้เสมอ