resize ศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

วันศุกร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เวลา ๙.๐๐ ณ ห้องประชุมประเสริฐ รุจิรวงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโสและนักวิจัยอาวุโส สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมประชุมกับ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ประกอบด้วยรองอธิการบดี คณบดีคณะแพทยศาสตร์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณบดีวิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี คณบดีคณะเศรษศาสตร์ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในการรับสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในการจัดตั้งศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะร่วมกันระหว่างมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ทำนองเดียวกันกับที่เคยจัดตั้ง “ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย” และได้รับอนุมัติจากทางสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๒ ให้จัดตั้งเป็นส่วนงานวิชาการภายในมหาวิทยาลัยเทียบเท่าคณะวิชา และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อว่า “ศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” ณ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เพื่อเป็นศูนย์กลางของการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะรวมถึงผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ในเขต ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน

จากข้อมูลสถิติผู้ป่วยที่มีความผิดปกติบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รวมถึงผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบนพบว่า มีจำนวนผู้ป่วยจำนวนทั้งสิ้น ๑,๖๒๒ ราย โดยเป็นประชากรผู้ป่วยโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ๗๗๘ รายและประชากรผู้ป่วยในโรงพยาบาลเครือข่ายจำนวน ๘๔๔ ราย (ข้อมูลพ.ศ.๒๕๖๑) ซึ่งกลุ่มโรคดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องในการใช้ชีวิตต่างๆ ตามช่วงวัย ทั้งในด้านการดูแลรักษาเพื่อให้เกิดประสิทธิผลจนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ต้องอาศัยระยะเวลาซึ่งบางรายต้องรักษาต่อเนื่องและยาวนานถึง ๒๐ ปี อีกทั้งครอบครัวและผู้ป่วยยังต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายทางตรงในการรักษาและผู้ดูแลผู้ป่วย ทั้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับการรักษา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่พักและอาหาร รวมถึงค่าใช้จ่ายทางอ้อมได้แก่ ค่าสูญเสียรายได้ค่าสูญเสียโอกาสจากเวลาที่รักษา เป็นต้น อีกทั้งการรักษาต้องอาศัยบุคลากรสหสาขาวิชาชีพทั้งศัลยแพทย์ตกแต่งประสาท ศัลยแพทย์ โสต ศอ นาสิกแพทย์ จักษุแพทย์ รังสีแพทย์ กุมารแพทย์ วิสัญญีแพทย์ พยาบาลเชี่ยวชาญการให้นมเด็ก พยาบาลเชี่ยวชาญด้านการดูแลปากแหว่ง-เพดานโหว่ นักแก้ไขการพูดและทันตแพทย์ การดำเนินงานที่ผ่านมาของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีเครือข่ายบุคลากรซึ่งทำงานภายใต้เครือข่ายความร่วมมือจากโรงพยาบาลในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลฝาง โรงพยาบาลจอมทองและโรงพยาบาลประจำจังหวัดและโรงพยาบาลศูนย์ ได้แก่ โรงพยาบาลในพื้นที่แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลพะเยา โรงพยาบาลเชียงราย โรงพยาบาลแพร่ โรงพยาบาลน่าน โรงพยาบาลลำพูนและโรงพยาบาลลำปาง ซึ่งมีการดำเนินงานความร่วมมือแบบบูรณาการข้ามศาสตร์สาขาวิชา ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี คณะเศรษศาสตร์ และสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้ในประเทศระหว่างองค์กรภาครัฐภาคเอกชน อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นการบูรณาการแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนที่มีความโดดเด่นในด้านการเผยแพร่และจัดการองค์ความรู้ โดยเน้นกลุ่มเป้าหมาย คือ เครือข่ายการทำงานร่วมกันในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบนในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งถือเป็นความร่วมมือร่วมกันระหว่างกระทรวงและมีแผนจะขยายเครือข่ายโรงพยาบาลต่อไปในอนาคตอันใกล้ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยยากไร้ที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ

ในที่ประชุมได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยและประเทศที่จะได้รับ อันเป็นผลมาจากองค์ความรู้และศักยภาพในการดูแลรักษาประชาชน จากสหสาขาวิชาชีพทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการวางแผนและผ่าตัดรักษา จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) อาทิ การสนับสนุนเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ๓ มิติแบบเคลื่อนย้ายได้ (MobiiScan) แพลตฟอร์มการวางแผนการผ่าตัดรักษาและการผลิตวัสดุฝังในผู้ป่วยเฉพาะบุคคล (Patient-specific implant platform) และวัสดุทดแทนกระดูกสำหรับปลูกถ่ายในร่างกายมนุษย์ (M-Bone) ตลอดจนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านอื่น เพื่อความสะดวกในการรักษาและผ่าตัด โดยได้มีความร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ในการวางแผนการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เป็นจำนวนมากกว่า ๖๐ ราย พบว่า สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้เป็นอย่างดียิ่ง มีประชาชนผู้ได้รับประโยชน์จำนวนมากและคาดว่าจะสามารถให้บริการเต็มรูปแบบภายใต้ “ศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” ภายในปี ๒๕๖๓

อ่านเอกสารเพิ่มเติมได้ที่: https://tulip.nectec.or.th/news/index.php?app=information&view=vwinf&type=show&information=1&value=aW50Q29kSW5mPTMxODk3