TH  |  EN

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงเป็นประธานการประชุมประจำปี ๒๕๖๘ ครั้งที่ ๒ ของคณะกรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

  วังสระปทุม กทม. วันที่ 18 มีนาคม 2568 เวลา 9:00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นประธานการประชุมประจำปี 2568 ครั้งที่ 2 ของคณะกรรมการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อรับทราบและพิจารณาผลการดำเนินงานปี 2567 และแผนดำเนินงานปี 2568

     สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ขึ้นเมื่อพ.ศ. 2538 และจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิในปี 2558 ให้มีพันธกิจในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอื่นไปลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักในเบื้องต้น 4 กลุ่มได้แก่ เด็กนักเรียนในชนบท ผู้พิการ เด็กเจ็บป่วยเรื้อรังในโรงพยาบาล ผู้ต้องขังและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

     การประชุมประจำปีครั้งที่ 2/2568 ประกอบด้วยคณะกรรมการและที่ปรึกษามูลนิธิฯ จำนวน 13  คน และผู้เข้าร่วมประชุม (ผู้บริหารหน่วยงานเครือข่าย และนักวิจัยไทย) ร่วมประชุมทั้งออนไซต์และออนไลน์อีก 73 คน รวมเป็น 86 คน วาระการประชุมมีทั้งสิ้น 6 วาระ (ประกอบด้วยวาระย่อย 18 วาระ)

     ผลการดำเนินงานของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ในปี 2567 มีตัวอย่างที่สำคัญ อาทิ (1) การนำผลงานวิจัยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติแบบเคลื่อนย้ายได้ หรือ โมบิสแกน (MobiiScan) ซึ่งพัฒนาและสร้างขี้นในประเทศไทยไปใช้ช่วยวางแผนการผ่าตัดคนไข้ปากแหว่งเพดานโหว่ (2) การนำระบบผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์และระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอน การพัฒนาคุณภาพชีวิต และอนุรักษ์วัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ ในโรงเรียนตชด.ในถิ่นทุรกันดารบริเวณพื้นที่ชายของในภาคเหนือและตะวันตก 23 แห่ง โรงเรียนเหล่านี้ไม่มีระบบไฟฟ้าสายส่งและอินเทอร์เน็ตที่คนในเมืองใหญ่คุ้นเคยเข้าถึงมาก่อน (3) การจัดหาน้ำบริโภคอุปโภคและการเกษตรสะอาดปราศจากมลพิษให้แก่โรงเรียนตชด.บ้านเทพภูเงิน อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานีและชุมชนใกล้เคียงที่ประสบปัญหาแหล่งน้ำดิบปนเปื้อนมลพิษของสารเคมีกำจัดวัชพืชตลอดจนการเริ่มก่อสร้างถนนและไฟฟ้าสายส่งให้เข้าถึงโรงเรียนและชุมชน (4) การช่วยเหลือคนพิการกรณีศึกษากว่า 20 คน ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ และได้รับการศึกษาตามศักยภาพ บางคนปราศจากแขนขาตั้งแต่กำเนิดและไม่มีตอแขนที่จะต่อขาเทียมแขนเทียมได้ (5) การพัฒนาเยาวชนทั้งในชนบท เรือนจำ สถานพินิจ ให้มีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และโค้ดดิ้ง สามารถนำความรู้ไปใช้ในการศึกษาต่อ ช่วยในการดำรงชีวิต และประกอบอาชีพ ได้ ในปี 2567 มีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการและกิจกรรมของมูลนิธิฯ รวมแล้วกว่า 12,000 คน

     นอกจากทรงช่วยเหลือพศกนิกรชาวไทยแลวยังทรงโปรดเกล้าฯให้ช่วยเหลือเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้านการศึกษาด้วย ตัวอย่างเช่น การพระราชทานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พร้อมอาคารอุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์พร้อมอาคาร และทุนการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่โรงเรียนวัฒนธรรมหลัก 67 สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  

     การทำงานของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ลุล่วงด้วยดี ภายใต้การทำงานร่วมกับพันธมิตรจำนวนมากจากหลากหลายหน่วยงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาองค๋ความรู้ การพัฒนาบุคลากร ประชาชนได้รับประโยชน์ ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี ก็ด้วยความเลื่อมใสในพระบารมีของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุา ฯ สยามบรมราชกมุารี ที่ทรงมีพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย ทำให้บรรดาหน่วยงานภาครัฐ ทั้งระดับกระทรวง กรม กอง จังหวัด อำเภอ และตำบล รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย รวมทั้งมูลนิธิ ทั้งหลายต่างร่วมมือร่วมใจ ให้การสนับสนุน ทั้งกำลังกาย กำลังใจ ความรู้ สติปัญญาและกำลังทรัพย์ ในทุกโครงการของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ตลอดมาจนถึงปัจจบุัน