:: รายละเอียดโครงการ ::
 
 
 
:: กิจกรรมในโครงการ ::
 
 
 
:: ข่าวที่น่าสนใจ ::
 

- ปี ๒๕๔๗-ปัจจุบัน
- ปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖

-
ปี ๒๕๔๓-๒๕๔๔

- ปี ๒๕๔๑-๒๕๔๒

 
 
:: บทความที่น่าสนใจ ::
 
 

- พระราชดำรัส
-  ปาฐกพิเศษ

-
บทความที่น่าสนใจ

 
 
 
:: เว็บไซต์ที่น่าสนใจ ::
 

- แนะนำเว็บไซต์ใหม่
- เว็บไซต์แบ่งตามหมวดหมู่


 
 
Go to Kanchanapisek Network
โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.)
โครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาด้านการศึกษา

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
ศูนย์แลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
บริการค้นหาข้อมูลผ่านเว็บ
เรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต
บริการแปลภาษาอังกฤษเป็นไทยผ่านเว็บไซต์
ศูนย์รวมสถิติเว็บไทย
 
 
   
   
 
   
 

งานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม
งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

งานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม


การบำบัดน้ำเสียอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยต่อปัญหาสิ่ง แวดล้อมอันเนื่องมาจากน้ำเน่าเสียมาโดยตลอด นอกจากจะมีพระราชดำริแก่หน่วยงานต่างๆ แล้ว ยังทรงมุ่งมั่นให้มีการวิจัยพัฒนาและ ประดิษฐ์เครื่องกลต่างๆ รวมทั้งหากรรมวิธีในการแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียตั้งแต่ปี ๒๕๒๗

เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในเรื่องการประดิษฐ์เครื่องกลเติม อากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย ที่มีชื่อว่า "กังหันน้ำชัยพัฒนา" ขึ้น

picture

เครื่องกังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นผลงานของพระองค์ท่านที่ได้รับ การจดสิทธิบัตรเป็นสิ่งประดิษฐ์ของไทย ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการพัฒนาประเทศ มีบริษัทห้างร้านเอกชนและหน่วยงาน ราชการที่นำประดิษฐกรรมนี้ไปใช้ในการบำบัดน้ำเสียตามที่ต่างๆ คุณค่าอันอเนกอนันต์ของเครื่องกังหันน้ำชัยพัฒนา ทำให้คณะกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลคิดค้นสิ่งประดิษฐ์นี้ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติประจำปี ๒๕๓๖ เป็นรางวัลที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๓๖

กังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำแบบทุ่น ลอย สามารถลอยขึ้นลงได้เองตามระดับน้ำ มีใบพัดที่ออกแบบเป็นซองตักน้ำรูปสี่เหลี่ยมคางหมู จำนวน ๖ ซอง โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด ๒ แรงม้า สำหรับขับเคลื่อนซองน้ำให้หมุนรอบเป็นวงกลม ทั้งนี้ใช้หลัก การวิดน้ำขึ้นไปสาดกระจายให้เป็นฝอยในอากาศ ทำให้น้ำสัมผัสกับอากาศได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในอากาศ สามารถผสมผสานเข้าไปในน้ำได้อย่างรวดเร็ว เป็นผลให้การถ่ายเทออกซิเจนจากอากาศสู่ในน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากเครื่องเติมอากาศแบบกังหันน้ำชัยพัฒนาแล้ว ได้ทรงมีพระราชดำริให้ประดิษฐ์และผลิตเครื่องกลเติมอากาศในรูปแบบอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสิ่งแวดล้อม โดยมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นองค์กรสนับสนุนการดำเนินงาน

[ กลับไปยังหัวข้องานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ]

ทฤษฎีใหม่ว่าด้วยการบริหารจัดการที่ดินและแหล่งน้ำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานแนวคิดเรื่อง "ทฤษฎีใหม่" โดยได้พระราชทานพระราชดำริให้ทำการทดลอง ณ วัดมงคลชัยพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ด้วยการแบ่งพื้นที่ตามสัดส่วนคือ

ส่วนที่หนึ่ง ร้อยละ ๓๐ เนื้อที่เฉลี่ยประมาณ ๓ ไร่ ให้ทำการขุดสระเก็บกักน้ำที่มีความลึกประมาณ ๔ เมตร ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำได้มากถึง ๑๙,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร

ส่วนที่สอง ร้อยละ ๖๐ ทำการเพาะปลูกพืชต่างๆ โดยแบ่งเนื้อที่นี้เป็น ๒ ส่วนคือ

- ส่วนแรก ร้อยละ ๓๐ ทำนาข้าวประมาณ ๕ ไร่
- ส่วนที่สอง ร้อยละ ๓๐ ปลูกพืชไร่หรือพืชสวนตามแต่สภาพ ของพื้นที่และภาวะตลาดประมาณ ๕ ไร่ พื้นที่ทางการเกษตรทั้ง ๒ แบบนี้ใช้น้ำประมาณ ๑๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร
- ส่วนที่สาม พื้นที่ที่เหลือร้อยละ ๑๐ เนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ จัดเป็นที่อยู่อาศัย ถนน ก่อสร้างดินหรือคูคลอง ตลอดจนปลูกพืชสวนครัวและเลี้ยงสัตว์

แนวพระราชดำริของพระองค์กำหนดเป็น ๓ ขั้นตอนคือ

ขั้นตอนที่ ๑ เมื่อราษฎรได้แบ่งพื้นที่ตามสัดส่วนที่ทรงกำหนด ขึ้นแล้ว ก็จะทำการขุดเพื่อให้มีการเก็บกักน้ำไว้ใช้เพาะปลูกได้ตลอดปี และยังสามารถเลี้ยงปลาและปลูกพืชน้ำพืชบกริมตลิ่ง เพื่อเพิ่มรายได้อีกด้วย

ขั้นตอนที่ ๒ หากฝนทิ้งช่วงหรือเกิดขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ทำให้จำเป็นต้องใช้ปริมาณน้ำมาก จะต้องเติมน้ำที่พร่องไปให้พร้อมอยู่เสมอ ดังนั้นจึงควรทำระบบส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว ซึ่งอยู่ทางเหนือตอนบนของพื้นที่วัดมงคลชัยพัฒนา เชื่อมต่อมายังสระน้ำที่ได้ขุดไว้ในแต่ละแปลง ก็จะทำให้มีน้ำใช้ตลอดปี โดยราษฎรสามารถสูบน้ำจากสระมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดเวลา หากน้ำในสระไม่เพียงพอ ก็ส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำมาเพิ่มเติมในสระได้เช่นกัน

ขั้นตอนที่ 3 เมื่อโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักดำเนินการเสร็จ สมบูรณ์แล้ว ก็ให้นำน้ำจากเขื่อนป่าสักโดยวิธีการสูบต่อกันเป็นทอด ลงในอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาว ทำให้น้ำเต็มตลอดเวลา และถ้ามีน้ำมากพอ ก็อาจจะขยายพื้นที่ทฤษฎีใหม่ออกไปได้อีก

[ กลับไปยังหัวข้องานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ]

เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ

[ กลับไปยังหัวข้องานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ]

การอนุรักษ์และพัฒนาป่าไม้
แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้

(๑) การปลูกป่าทดแทน ให้พิจารณาปลูกพันธุ์ไม้ 3 อย่าง คือ
ก. ไม้ใช้สอยเพื่อทำเป็นเชื้อเพลิง เช่น กระถินยักษ์ กระถินเทพา เป็นต้น
ข. ไม้ที่มีใบดอกผล เช่น แค ขี้เหล็ก เป็นต้น
ค. ไม้เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ เช่น สัก มะค่าโมง ยางนา เป็นต้น
(๒) การอนุรักษ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ
ก. ให้อนุรักษ์สัตว์ป่าบางชนิดที่มีจำนวนลดลงหรือกำลังจะสูญพันธุ์ จัดหามาเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ให้แพร่หลาย
ข. หากพื้นที่ใดมีสภาพภูมิประเทศ ทิวทัศน์สวยงาม เหมาะสมจะจัดทำเป็นวนอุทยานแห่งชาติได้ เพื่อให้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อน ใจของประชาชนก็ให้ดำเนินการ
(๓) การพัฒนาวิจัยป่าไม้ ทรงมีพระราชดำริเรื่อง "แนวกันไฟเปียก" เพื่อป้องกันไฟป่าโดยธรรมชาติ ด้วยการทำฝายกั้นน้ำตามลำห้วยในแต่ละระดับ เพื่อยกระดับน้ำและขุดร่องน้ำเล็กเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้น และสามารถลดความรุนแรงของไฟลงได้ สำหรับบนสันเขาหรือพื้นที่ห่างไกลจากลำห้วย ให้ปลูกพันธุ์ไม้ที่ไม่ผลัดใบเป็นแนวสลับรอบสวนป่า ตลอดจนแนวแบ่ง แปลงโดยมีการปลูกเสริมด้วยต้นกล้วย ต้นนางพญาเสือโคร่ง เป็นแถวสลับ เรียกว่า Green Fire Break

[ กลับไปยังหัวข้อ เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ ]

การอนุรักษ์และพัฒนาที่ดิน
แนวพระราชดำริเกี่ยวกับงานพัฒนาที่ดิน

(๑) การจัดและพัฒนาที่ดิน ระยะแรกของการพัฒนาที่ดิน พระองค์ทรงมุ่งแก้ไขปัญหาการไม่มีที่ดินทำกินของเกษตรกรเป็นเบื้องต้น ทรงเลือกพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ทิ้งร้างว่างเปล่า นำมาจัดสรรให้แก่ราษฎรโดยให้สิทธิทำกินชั่วลูกหลาน แต่ไม่ให้กรรมสิทธิ์ในการถือครอง เช่น โครงการจัดพัฒนาที่ดินดอนขุนห้วยตามพระราชประสงค์
(๒) การพัฒนาและอนุรักษ์ดิน ทรงแนะให้เกษตรกรทดลองใช้วิธีการต่างๆ เพื่ออนุรักษ์บำรุงรักษาดิน วิธีการส่วนใหญ่เป็นวิธีการตามธรรมชาติที่พยายามสร้างความสมดุลของสภาพแวดล้อมให้เกิดขึ้นเช่น ให้มีการปลูกไม้ใช้สอยร่วมกับการปลูกพืชไร่ การปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดิน การปลูกพืชหมุนเวียน รวมทั้งรณรงค์ให้ปลูกหญ้าแฝก ซึ่งพระองค์ทรงสนับสนุนให้ทดลองใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ เพื่อป้องกันการกัดเซาะของผิวหน้าดินจากฝนที่ตกลงมาชะล้างดิน ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์และบางครั้งยังเกิดปัญหาดินพังทลาย เนื่องจากการปลูกหญ้าแฝกเป็นวิธีการที่ใช้เทคโนโลยีแบบง่ายๆ เกษตรกรสามารถดำเนินการได้เอง ทั้งยังไม่ต้องดูแลรักษาหลังการปลูกมากนัก รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าวิธีอื่นๆ สำหรับการปลูกหญ้าแฝกรอบพื้นที่เก็บกักน้ำ จะให้ประโยชน์อย่างน้อย 2 ประการ ดังนี้
ก. ป้องกันดินพังทลายลงในอ่างเก็บน้ำ ทำให้อ่างเก็บน้ำไม่ตื้นเขิน และถ้าต้องการขุดดินในอ่างเก็บน้ำไปใช้ประโยชน์ ก็สามารถนำเครื่องจักรวิ่งข้ามแนวหญ้าแฝกเข้าไปขูดได้ เพราะหญ้าแฝกจะไม่ตาย
ข. การปลูกหญ้าแฝกเป็นแนวรอบอ่างเก็บน้ำ จะช่วยรักษาหน้าดินเหนืออ่าง ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้น และเป็นการช่วยให้ป่าไม้บริเวณพื้นที่รับน้ำ (Watershed) สมบูรณ์ขึ้นอย่างรวดเร็ว

[ กลับไปยังหัวข้อ เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ ]

การอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน้ำ
พระองค์ทรงทุ่มเทพระราชหฤทัยในงานพัฒนาแหล่งน้ำตลอดมา เพื่อทรงหาทางแก้ไขปัญหา ดังที่เคยมีพระราชดำรัสว่า
"น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในงานเกษตรกรรม แม้ดินจะไม่ดีบ้างหรือมีอุปสรรคทางด้านอื่นๆ ถ้าแก้ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำที่จะใช้ในการเพาะปลูกได้แล้ว เรื่องอื่นๆ ก็จะพลอยดีขึ้นติดตามมา "
โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริสามารถแบ่งออก ได้ ๕ ประเภทคือ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกและอุปโภค โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการรักษาต้นน้ำลำธาร โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้า โครงการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่ม และโครงการบรรเทาอุทกภัย โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ เหล่านี้ได้ดำเนินงานสำเร็จลุล่วงด้วยดี ยังประโยชน์ให้เกิดกับราษฎรในทั่วทุกพื้นที่ ช่วยให้ราษฎรในท้องถิ่นชนบทมีความ เป็นอยู่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

[ กลับไปยังหัวข้อ เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ ]

การอนุรักษ์และพัฒนาการประมง
ทรงสนพระราชหฤทัยในการส่งเสริมการเลี้ยงปลา เพื่อเพิ่ม ปริมาณอาหารโปรตีนจากสัตว์น้ำให้แก่ประชาชนชาวไทย ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้เพาะพันธุ์ปลาที่หายากและอาจสูญพันธุ์ได้ นอกจากนี้ได้พระราชทานพันธุ์ปลานิลให้กรมประมงนำไปขยายพันธุ์ แจกจ่ายให้ประชาชนนำไปเลี้ยง ตลอดจนเพิ่มพูนความรู้ทางเทคโน โลยีสมัยใหม่ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำนั้น ทรงมอบหมายให้กรมประมงจัดทำโครงการพัฒนาประมงอันเนื่องมา จากพระราชดำริหลายโครงการ เพื่อช่วยให้ราษฎรมีผลผลิตสัตว์น้ำ บริโภคและทำการประมงเป็นอาชีพหลัก

[ กลับไปยังหัวข้อ เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ ]

การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

วิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่สำคัญโดยสรุป มีดังนี้

- การก่อสร้างคันกั้นน้ำ หรือผนังเลียบลำน้ำ
- การก่อสร้างทางผันน้ำ โดยการก่อสร้างทางผันน้ำ หรือขุดคลองสายใหม่เชื่อมต่อกับลำน้ำที่มีปัญหาน้ำท่วม
- การปรับปรุงสภาพลำน้ำ เช่น ขุดลอกและตกแต่งลำน้ำเสีย ใหม่เพื่อช่วยให้น้ำสามารถไหลไปตามลำน้ำได้สะดวก
- การก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำที่ไหลมามากใน ฤดูน้ำหลากไว้ในอ่างเก็บน้ำที่อยู่ทางด้านเหนือเขื่อน
- การก่อสร้างคันกั้นน้ำโอบล้อมพื้นที่ เป็นวิธีการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่โดยตรง ด้วยการก่อสร้างคันดินกั้นน้ำโอบล้อมพื้นที่ทั้งหมดไว้
- การอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำลำธาร โดยการดูแลรักษาและปรับ ปรุงฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณพื้นที่ต้นน้ำลำธารด้วยวิธีการ ต่างๆ ที่เหมาะสม

[ กลับไปยังหัวข้องานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ]

งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

[ กลับไปยังต้นเอกสาร ]

การทำแผนที่ตามพระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้กรมแผนที่ ทหารจัดทำแผนที่ชนิดต่างๆ เพื่อที่จะได้ทรงนำไปใช้ในการพิจารณา แหล่งน้ำธรรมชาติหรือพัฒนาที่ดินให้แก่ราษฎร เพื่อประโยชน์สุขแก่ราษฎรของพระองค์ท่าน กรมแผนที่ทหารได้เริ่มจัดแผนที่ตามพระราชประสงค์ เริ่มจากโครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ "หุบกระพง" ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นแผนที่มาตราส่วน ๑:๑๐,๐๐๐ เส้นชั้นความสูง ๒ เมตร เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ และได้เพิ่มรายละเอียดใหม่เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๕ โครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ "หนองพลับ" ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาตราส่วน ๑:๔,๐๐๐ , ๑:๑๐,๐๐๐ เส้นชั้นความสูง ๐.๐๕ เมตร และ ๒ เมตร ตามลำดับ โดยใช้รูปถ่ายมาตราส่วน ๑:๕,๐๐๐, ๑:๑๐,๐๐๐ และ ๑:๒๕,๐๐๐ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๑๕ เดือนกรกฎาคม ๒๕๑๖ และเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๙ ทั้งสองบริเวณได้ มีการสำรวจทางภูมิประเทศ เพื่อหาค่าจุดบังคับรูปถ่ายทางอากาศ แล้วจึงเขียนแผนที่จากเครื่องมือเขียนแผนที่จากรูปถ่ายทางอากาศ นำมาประกอบระวางลงหมึกเป็นลายเส้นสีดำบนแผ่น

[ กลับไปยังหัวข้องานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ]

งานด้านภาพถ่ายทางอากาศ

การที่พระองค์ท่านทรงสนพระทัยและทรงมีพระราชดำริที่จะใช้ เทคโนโลยีในการสำรวจทรัพยากร พอสรุปได้ว่า

๑. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นผู้นำและสายพระเนตรไกล ที่ได้ทรงแนะนำให้ใช้ภาพถ่ายชนิดสี่ช่วงคลื่น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถจำแนกการใช้ประเภทที่ดิน ซึ่งเป็นการประหยัดทั้งแรงงานและงบประมาณ
๒. โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับการสำรวจลุ่มน้ำทางภาค เหนือของประเทศไทยด้วยภาพถ่ายทางอากาศ เป็นโครงการที่ดึงเอาหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนได้มาร่วมมือร่วมใจกัน ดำเนินงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและสัมฤทธิผลตามเป้าหมาย
๓. การที่ทรงมีพระราชวินิจฉัยจากการใช้ข้อมูลพื้นฐาน ถือได้ ว่าเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นตัวอย่างอันดีแก่ผู้บริหาร ที่จะวางแผนพัฒนาโดยยึดถือข้อมูลเป็นส่วนสำคัญ
๔. ผลงานที่พระองค์ท่านได้ทรงริเริ่มไว้นี้ นับว่าเป็นพระราช กรณียกิจแขนงหนึ่งซึ่งแสดงถึงการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใน การพัฒนาประเทศ และคงจะขยายครอบคลุมไปทั่วทุกภาคของประเทศ
๕. พระราชกรณียกิจในกิจการทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจ ทรัพยากรธรรมชาติด้วยภาพถ่ายทางอากาศและดาวเทียม ชี้ให้เห็นถึง พระราชประสงค์ที่จะช่วยอาณาประชาราษฎร์ให้พ้นจากความทุกข์ยาก ให้อยู่ดีกินดี

[ กลับไปยังหัวข้องานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ]

งานด้านกิจการสื่อสาร

นับตั้งแต่ปี ๒๕๑๓ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้องค์การโทรศัพท์ฯ ได้มีโอกาสถวายบริการ ด้วยการเริ่มทดลองเชื่อมโยงข่ายวิทยุสื่อสารของกองการสื่อสารกรมตำรวจในกรุงเทพฯ ไปออกอากาศ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างที่เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ด้วยเหตุผล ๒ ประการคือ

๑. พระองค์ทรงสนพระทัยในทุกข์สุขของปวงประชา วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งก็คือ การติดตามข่าวทางวิทยุสื่อสารของทางตำรวจ ซึ่งเป็นการรายงานข่าวความทุกข์ของประชาชน อุบัติเหตุและเหตุการณ์สำคัญๆ ของบ้านเมือง ซึ่งในบางครั้งก็ได้ทรงแนะนำวิธีแก้ปัญหาเมื่อ เกิดความจำเป็นจนถึงที่สุดด้วย
picture
๒. นอกเหนือจากวิทยาการในสาขาต่างๆ ที่ทรงรอบรู้และเชี่ยวชาญแล้ว การสื่อสารด้วยระบบวิทยุทรงสนพระทัยเป็นอันมาก นอกจากทรงนำมาใช้งานเพื่อประโยชน์ของประเทศแล้ว ยังทรงศึกษา และทดลองทางด้านการแพร่กระจายคลื่นในระยะไกล การทวนสัญญาณ และการถ่ายทอดสัญญาณ

[ กลับไปยังหัวข้องานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์อักษรเทวนาครี

เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในวโรกาสเดียวกันนี้ ทรงเปิดงานจุฬาวิชาการ '๓๐

ผู้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จพระราชดำเนินในวันนั้น และผู้ที่เฝ้าชมจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ คงจะจำได้ว่า หลังจากเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานจุฬาวิชาการ '๓๐ บนศาลาพระเกี้ยวแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ มาที่ที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ เพื่อทรงคอมพิวเตอร์ตามคำกราบบังคมทูลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นรายการที่อยู่นอกกำหนดการ ทั้งนี้เพราะทางมหาวิทยาลัยทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตัวอักษรเทวนาครี ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย นับว่าเป็นงานริเริ่มทางวิชาการที่สมควรยกย่องอย่างยิ่ง

ในวันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำโปรแกรมที่ บรรจุอยู่ในแผ่นจานแม่เหล็ก (diskette) ซึ่งทรงใช้ชื่อรหัสว่า Devwrit Test และ Devwrit Temp (ขณะที่ประทับอยู่ ณ ห้องรับรองคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทรงพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานให้ผู้ที่เฝ้าอยู่ได้ดู โดยทั่วกัน) สิ่งที่ปรากฏบนจอขนาดใหญ่ซึ่งต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์ นั้นดูไม่ชัดนัก เริ่มด้วย Chulalongkorn University โดยทรงประดิษฐ์ให้ตัวอักษรมีขนาดต่างๆ ลดหลั่นตามขนาดของรูปแบบตัวอักษร (Font)

ผู้ที่เฝ้ารับเสด็จฯ ใกล้ชิดในบริเวณที่ทรงคอมพิวเตอร์ก็คือ ท่านองคมนตรี ม.ล. จิรายุ นพวงศ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาบาลีสันสกฤต ท่านองคมนตรีกล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่เห็นคอมพิวเตอร์ขณะทำงาน จึงรู้สึกตื่นเต้นและสนใจมาก และกราบบังคมทูลซักถาม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาแสดงการพิมพ์ตัวอักษรต่างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งพระราชทานคำอธิบาย ต่อจาก Chulalongkorn University ทรงพิมพ์ชื่อมหาวิทยาลัยเป็นภาษาสันสกฤตด้วยตัวอักษรเทวนาครี หลังจากนั้นทรงพิมพ์พระนามสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยตัวอักษรเทวนาครี ตามด้วยอักษรโรมัน ซึ่งออกเสียงแบบสันสกฤตและอักษรไทยตามลำดับ หลังจากนั้นทรงใช้อักษรเทวนาครีพิมพ์ชื่อ "จิรายุ นพวงศ์" และ "สมชาย" (รองศาสตราจารย์สมชาย ทยานยง)

นอกจากจะทรงสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้พิมพ์ภาษา สันสกฤตด้วยอักษรเทวนาครีแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกเสียงคำต่างๆ ในภาษาสันสกฤตด้วยสำเนียง "แขก" ได้อย่างดีเยี่ยม นับว่าทรงเป็นพระอัจฉริยะทางภาษาโดยแท้ ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถในด้านการออกเสียง "ยากๆ" ซึ่งเป็นเสียงที่ไม่มีในภาษาไทยได้ เพราะทรงสนพระทัยเรื่องสัทศาสตร์ (Phonetics)

เหตุผลหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระปรีชา สามารถด้านภาษาเฉพาะในด้านการออกเสียงภาษาต่างๆ เพราะทรงมีพื้นฐานดีทางด้าน Phonetics และทรงเป็นนักดนตรีที่มีความสามารถยอดเยี่ยม นักดนตรีที่สามารถจะต้องมี "หู" ดี ในการฟังและการแยกเสียงต่างๆ ได้ และพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวในเรื่องนี้ก็เป็นที่ยอมรับและยกย่องโดยนักดนตรีทั่วโลก

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยเรื่อง Phonetics ทรงสามารถอ่านและถ่ายทอดเสียง โดยใช้ phonetic symbols ได้ จึงทำให้ทรงออกเสียงต่างๆ ที่ไม่มีในภาษาไทยได้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทรงสร้างขึ้นมีตัว phonetic symbols รวมอยู่ด้วย ทำให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทรงสร้างขึ้น สามารถพิมพ์ตัวอักษรได้ทั้งภาษาสันสกฤต ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และตัว phonetic โปรแกรมคอมพิวเตอร์เท่าที่ใช้อยู่ในประเทศไทยในปัจจุบันก็มีเพียง โปรแกรมที่ใช้พิมพ์ภาษาอังกฤษกับภาษาไทย

เป็นที่ทราบดีทั่วกันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชภารกิจท่วมท้น จนไม่ทรงมีโอกาสทดลองใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยพระองค์เอง จนกระทั่งเมื่อประมาณเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ จึงได้ทรงใช้คอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก ในการทรงเรียบเรียงเสียง ประสานเพลงและพิมพ์โน้ตเพลงสำหรับเครื่องดนตรีแต่ละชนิด ซึ่งแต่เดิมนั้น ทรงเขียนตัวโน้ตด้วยพระองค์เองทั้งหมด ซึ่งต้องใช้เวลามาก ต่อมาเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้ทรงทดลองใช้โปรแกรม "Fontastic" สร้างตัวอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษรูปแบบต่างๆ และขนาดต่างๆ

จากพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่จะเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดการศึกษาด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าจะเป็นในด้านวิชาการ ด้านดนตรี หรือศิลปะแขนงใดก็ตาม โปรดที่จะทรงทดลองค้นคว้าด้วยพระองค์เอง เมื่อทรงมีปัญหาจึงสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นทุกอย่างที่ทรงสนพระทัยจึงทรงรู้อย่างลึกซึ้งตั้งแต่หลักเบื้องต้น จนถึงการประยุกต์ มิได้ทรงทราบแต่เพียงผิวเผิน ผู้เชี่ยวชาญในวิทยาการแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านพัฒนาชลประทานหรือวิศวกรรมที่เคยเฝ้า จึงต้องมหัศจรรย์ใจอยู่เสมอที่ทรงรอบรู้อย่างแท้จริง

การสร้างรูปแบบตัวอักษร (Font) ตามวิธีการทั่วๆ ไปคือ กำหนดเป็นจุดๆ มาต่อกันเป็นตัวอักษร จะเห็นได้ว่าการสร้างตัวอักษร นี้ต้องใช้ความอดทนและความประณีตมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เวลาที่พอจะทรงว่างจากพระราชกรณียกิจต่างๆ ในการสร้างตัวอักษรด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งคงเป็นที่ทราบดีแล้วว่าในรอบปี ๒๕๓๐ เป็นปีที่ทรงมีพระราชกรณียกิจท่วมท้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นปี มิ่งมหามงคลสมัยเฉลิมฉลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง เจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ

การสร้างตัวอักษรเทวนาครีนั้น ทรงเริ่มเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ หลังจากทรงเริ่มสร้าง Font ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ทรงศึกษาตัวอักษร เทวนาครีด้วยพระองค์เองจากพจนานุกรมและตำราสันสกฤต และทรงสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาบาลีสันสกฤต เช่น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และท่านองคมนตรี ม.ล. จิรายุ นพวงศ์ ซึ่งช่วยตรวจสอบตัวอักษรที่ทรงสร้างขึ้น

สำหรับผู้ที่ไม่มีความคุ้นเคยกับภาษาสันสกฤตมาก่อน หรือแม้แต่ผู้ที่เคยรู้จักคำที่มาจากสันสกฤตที่ใช้อยู่ในภาษาไทย ก็คงจะ ทราบว่าภาษาสันสกฤตเป็นภาษาที่ยากขนาดผู้ที่เรียนจบคณะอักษร ศาสตร์ส่วนมากจะกลัว หากมีการบังคับเรียนคงมีผู้เรียนไม่จบประมาณ ๘๐% นอกจากตัวอักษรซึ่งต่างจากภาษาไทยโดยสิ้นเชิงแล้ว ยังมี พยัญชนะผสมซึ่งบางครั้งรูปร่างหน้าตาผิดไปจากตัวเดิมที่มาผสมกัน จนจำไม่ได้เรียกว่าเหมือนตัวใหม่ หลังจากอ่านตำราสำหรับผู้เรียนใหม่ไปประมาณ ๕๐ เที่ยวก็ยังจับหัวจับหางไม่ได้ ต้องขอคำอธิบายจาก อาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านภาษาสันสกฤตเพิ่มเติม ทำให้นึกว่าพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องทรงเป็นพระอัจฉริยะอย่างแท้จริง ที่ทรงศึกษาภาษาสันสกฤตด้วยพระองค์เอง จนทำให้ทรงสร้างโปรแกรมอักษรเทวนาครีได้

การสร้างตัวอักษรด้วยคอมพิวเตอร์นี้ มิใช่เพียงแต่รู้วิธีใช้ คอมพิวเตอร์และดูตัวอย่างคำแล้วเขียนลงบนคอมพิวเตอร์ จะต้องรู้จักพยัญชนะและสระทุกตัว รวมทั้งพยัญชนะผสม ซึ่งเป็นส่วนที่ยาก มากเพราะการผสมบางครั้งก็เป็นการเกาะเรียงกันตามยาว ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเรียกด้วยพระอารมณ์ขันว่า "แบบห้องแถว" และการผสมแบบเกาะกันเป็นชั้น ซึ่งทรงเรียกว่า "แบบคอนโดมิเนียม" การที่ทรงมีทั้งพระอัจฉริยภาพ พระวิริยะอุตสาหะ และพระมโนภาพรวมทั้งพระอารมณ์ขันนี้เอง ที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานที่ผู้อื่นเห็นว่า ยากลำบากแสนเข็ญได้สำเร็จ การที่ทรงเปรียบเทียบการผสมพยัญชนะดังกล่าว ช่วยให้ผู้ที่ไม่รู้เรื่องพอนึกภาพวิธีผสมคำได้ง่ายขึ้น

ในการทรงสร้างโปรแกรมตัวอักษรเทวนาครี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะต้องทรงประสบทั้งปัญหาด้านเทคนิคของการสร้าง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเพิ่งทรงศึกษาด้วยพระองค์เอง ทั้งปัญหาด้านภาษาใหม่และตัวอักษรที่เพิ่งทรงรู้จัก นับว่าทรงพระปรีชาสามารถและทรงมีพระวิริยะอุตสาหะอันแรงกล้า ที่ทรงทำโปรแกรมอักษรเทวนาครีเสร็จภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งในระหว่างช่วงเวลาเดียวกันนั้น ได้ทรงสร้างรูปแบบตัวอักษรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และตัว Phonetic รวมทั้ง อักษรแบบลวดลายวิจิตรมีรูปประกอบสอดแทรกอยู่ด้วย โดยใช้รูปแบบตัวอักษรขนาดต่างๆ กัน และโปรแกรมต่างๆ กัน ซึ่งทรงตั้งชื่อตามที่ประทับเมื่อเริ่มทรงโปรแกรมนั้นๆ เช่น Font ภูพิงค์ และ Font ทักษิณ เป็นต้น

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำ มาแสดงในวันเสด็จพระราชดำเนินเปิดงานจุฬาวิชาการ '30 เป็นเพียงส่วนน้อยนิดของโปรแกรมที่ทรงทำ รวมทั้งการทำให้คอมพิวเตอร์พูดภาษาไทยชัดขึ้น ซึ่งหลายท่านที่เฝ้ารับเสด็จฯ ที่ศาลาพระเกี้ยวและผู้ที่ ฟังการถ่ายทอดโทรทัศน์ที่บ้านก็คงได้ยินคอมพิวเตอร์ของพระองค์ ท่านกราบบังคมทูลว่า "ขอเดชะพระบารมีปกเกล้าฯ"

โปรแกรมคอมพิวเตอร์พูดเพิ่งทรงทำเสร็จ ขณะที่ประทับ ณ ห้องรับรองของคณะวิศวกรรมศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า "วันนี้มาช้า เพราะทำคอมพิวเตอร์ไม่เสร็จ" โปรแกรมที่ให้คอมพิวเตอร์พูดภาษาไทย เมื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานจุฬาวิชาการ '๓๐ นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพิ่งทรงเริ่ม ขณะนี้ คอมพิวเตอร์ของพระองค์กราบบังคมทูลได้ยืดยาวและช่างพูดมาก

โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับพิมพ์ทั้งตัว Phonetic ตัวอักษรเทวนาครี อักษรโรมัน และอักษรไทยนี้ นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาภาษา ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับผู้ที่อยู่ในวงการเรียนการสอน ภาษาโดยเฉพาะภาษาตะวันออก อันอาจทำให้การเรียนการสอนภาษาสันสกฤตหรือแม้แต่ภาษาไทย ซึ่งเคยเป็นเรื่องยาก ล้าสมัย และน่าเบื่อหน่าย มีชีวิตชีวาขึ้น นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงวิชา การเรียนการสอนภาษาอย่างยิ่ง สมควรที่จะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมทั้งมีกำลังใจที่มุ่งมั่นที่จะทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพยิ่งๆ ขึ้น

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์อักษรเทวนาครี ซึ่งในประเทศไทยนับว่า มีผู้เชี่ยวชาญน้อยคนมาก แสดงถึงความสนพระราชหฤทัยและพระอัจฉริยภาพด้านภาษาของพระองค์ ผู้ที่ไม่มีอัจฉริยภาพด้านภาษาจะไม่สามารถศึกษาภาษา ซึ่งใช้ตัวอักษรที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน จนสามารถทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ภายในระยะเวลาเพียง ๔ เดือน

[ กลับไปยังหัวข้องานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ]

 

 

   
   
     
 

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๔๒ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร